ประวัติหลวงพ่อเกาะ

 ชีวิตครอบครัว

เดิมชื่อจำรัส นามสกุล ทับเปีย เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487  โยมบิดาชื่อ เพื่อม โยมมารดา ชื่อป๋อง  ทับเปีย เกิดที่บ้านเลขที่ 38 ม.1ต.บางขุด  อ.สรรคบุรี  จ.ชัยนาท  มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 3 คน อาตมาเป็นคนที่ 2 พี่คนโตเป็นผู้ชาย (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) เหลือแต่น้องสาวคนเดียว

ชีวิตในวัยเด็กของอาตมาก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด เพราะเป็นลูกคนจน ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา อาตมาเรียนจบแค่ชั้น ป.4 ที่โรงเรียนวิจิตรวิทยา  สมัยนั้นก็เรียน ป.1  ป.2 ตามปกติ แต่พอจะขึ้นชั้นป.3 ทางโรงเรียนก็ให้ข้ามไปเรียนชั้น ป.4 เลย  พอออกจากโรงเรียนก็มาช่วยพ่อแม่ทำไร่ไถนา ขุดตอถางป่า  จนเมื่อปี พ.ศ.2508 ท่านมีอายุได้ 21 ปี และเข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดวิหารทอง ต.เที่ยงแท้  อ.สรรคบุรี  จ.ชัยนาท จนท่านได้กราบหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท เป็นอาจารย์เพื่อขอศึกษาวิชาไสยเวทย์ คงกระพันชาตรี มหาอุด  ตะกรุปืนแตก  วิชาหนุมานผู้ที่ไม่มีวันตาย วิชาเมตตามหานิยม วิชาเสริมดวงชะตา จนแตกฉานและจำพรรษาที่วัดท่าสมอได้ 6 พรรษา แล้วจึงตัดสินใจลาสิกขาออกไป เหตุจากการาสิกขาครั้งนั้นก็เพราะว่าทางญาติโยมเขาต้องการให้อาตมาไปเป็นสมภารที่วัดหอระฆัง ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลเดียวกันนี่แหละ แต่อยู่หมู่ที่ 12 แต่ท่านไม่ชอบการเป็นสมภาร แต่วงเวียนชีวิตมันก็หลีกหนีไม่พ้น



บวชครั้งที่ 2

หลังจากสึกแล้วก็กลับไปช่วยพี่น้องทำมาหากิน ส่วนเรื่องการแต่งงานมีครอบครัว อาตมาไม่เคยคิดอยากจะมีอยู่แล้ว ก็ทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ประมาณ1ปี8เดือน เมื่อมาคิดไตร่ตรองดูแล้ว ถ้าอยู่เป็นฆราวาสต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเพราะเกิดเป็นลูกคนจนก็ต้องหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ปากกัดตีนถีบกันไป เหตุจูงใจในการบวชครั้งที่สองนี้เพราะเจ้าอาวาสวัดท่าสมอที่รู้จักคุ้นเคยกันอยู่  ท่านเคยจ้างให้อาตมามาทำงานที่นี่แล้วท่านก็ชวนบวชใหม่ โดยท่านบอกว่า “บวชใหม่เถอะเดี๋ยวได้เป็นสมภาร” ตอนนั้นใจมันหวนนึกอยากจะบวช ไม่อยากอยู่อีกแล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็เลยตัดสินใจบวชอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2515 ที่วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ต.ห้วยกรด  อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยมีพระครูฉันทารวิชิต วัดวิหารทอง เป็นพระอุปชฌาย์ พระครูสุชัยบุญญาคม (หลวงพ่อเชื้อ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์  พระอาจารย์เหลือ รองเจ้าอาวาสวัดบำเพ็ญบุญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์



ศึกษาวิชาจากครูบาอาจารย์

เมื่อบวชแล้วก็ได้ไปอาศัยอยู่กับหลวงพ่อเชื้อ  สุกกวัณโณ ไปศึกษาวิชาความรู้จากท่าน ท่านสอนวิชาหลายๆอย่าง อะไรที่เราอยากเรียนก็ได้เรียน เรียนเวทมนต์คาถาต่างๆเอาไว้ช่วยเหลือผู้คน เรียนวิชาค่ายกลแต่งทัพ เรียนวิชาผูกหุ่นพยนต์และอีกหลายอย่าง เมื่อก่อนตอนที่บวชพรรษาแรกๆนั้นก็ได้เคยไปศึกษาวิชาต่างๆกับหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆสิตารามเช่นกัน หลวงพ่อกวยและหลวงพ่อเชื้อ ท่านจะสอนวิชาแตกต่างกัน ส่วนเรื่องการนั่งวิปัสนากรรมฐานอาตมาก็มาศึกษาเอง ศึกษากับครูบาอาจารย์องค์โน้นบ้างองค์นี้บ้าง ท่านก็ได้ให้คำแนะนำมาบ้าง โดยมากเมื่อก่อนอาตมาชอบเรื่องคาถา อาคม เรื่องบู้ล้างผลาญ หลวงพ่อกวยท่านให้เวทมนต์คาถาป้อกันตัว หลวงพ่อเชื้อท่านสอนทำตะกรุด ส่วนอย่างอื่นก็มาศึกษาเอาทีหลังจากได้ต้นหลักจากครูบาอาจารย์ที่ท่านสอนมาแล้ว นอกจากท่านทั้งสองแล้ว ก็ยังมีหลวงพ่อโก๊ะ วัดลาดสาลี่ และหลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู จ.ลพบุรี ที่ได้เคยศึกษาอะไรหลายๆอย่างมาจากท่าน ซึ่งท่านก็แนะนำอย่างเป็นกันเอง เพราะท่านเคยมาปลุกเสกที่วัดนี้และมาจำวัตรอยู่ด้วยกัน อาตมาก็ได้นวดให้ท่าน ท่านก็ให้วิชาอาคมและสอนอะไรต่างๆ ที่สามารถถ่ายทอดให้ได้ ซึ่งท่านบอกว่า “ลูกหัดเอานะ ของอะไรต่างๆเราต้องหัด ไม่มีใครสอนให้เราเป็นได้เลยหรอก เราออกจากท้องมาปุ๊บพ่อแม่จะสอนให้เราเดินเลยก็ไม่ได้ จะต้องหัดก่อน วิชาความรู้ก็เช่นเดียวกันมันต้องฝึกฝน ถ้าเราไม่เรียนเราก็ไม่รู้ ไม่ศึกษาก็ไม่รู้” หลวงพ่อโก๊ะท่านเคยบอกอาตมาไว้อย่างนี้


 

 

      ต่อมาปีพ.ศ. 2521 อาตมาได้รับตราตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดท่าสมอ แต่ก็ยังเรียนวิชาครอบจักรวาล จากหลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู จ.ลพบุรี อาตมาปฏิบัติตามครูบาอาจารย์ท่านสอน ควบคู่กับพัฒนาวัดท่าสมอให้เจริญรุ่งเรืองจนมาถึงปัจจุบันนี้ ส่วนมากมักมีคนกล่าวขานกันว่าวัตถุมงคลของอาตมานั้นมีประสบการณ์มากมาย มีคนพูดกันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเต็มๆ แต่ไม่เข้า อย่างเวลาที่จารยันต์ต่างๆ มันก็เป็นไปตามอารมณ์ที่อาตมาอยากเขียน อย่างเวลาใช้ตะกรุดเมตตาตามตำราเขาจะบอกใช้ทางด้านเมตตามหานิยม แต่ของอาตมานั้นใช้ได้ครอบจักรวาล มีทั้งเมตตา คงกระพันชาตรี ทำมาหากิน ซื้อง่ายขายคล่อง ดอกเดียวครบทุกอย่าง เขาเรียกกันว่าครอบจักรวาล โดยจะทำการปลุกเสกเป็นอย่างดีมีทั้งทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด เมตตา ค้าขาย มหานิยม


          ลองสร้างวัตถุมงคล

วัตถุมงคลชนิดแรกที่อาตมาทำขึ้นมานั้นคือ ตะกุดตะกั่ว 16 ดอก ดอกยาวประมาณ 2 นิ้ว พอทำเสร็จแล้วอาตมาก็เอาไปเผาไฟ ตอนแรกที่ทำตะกรุดขึ้นมานั้น เพราะคิดจะทดลองวิชาอาคมดูว่ามันจะมีจริงไหม ตะกรุด 16 ดอก ที่สร้างขึ้นมานั้นไหม้ไฟไป 10 ดอก อีก 6 ดอกไม่ไหม้ไฟ ที่ริเริ่มทำตะกรุด คือทำแจกเด็กวัด เพราะที่วัดมีหมาอยู่เยอะ เด็กวัดก็โดนหมากัดเป็นแผลประจำ ก็เลยนำหลอดยาสีฟันที่เป็นอลูมิเนียมนี่แหละ เอามารีดๆให้เป็นแผ่นเรียบๆ พอมันเรียบแล้วก็เอามาเขียนยันต์และเสกแจกให้เด็กวัดไว้คล้องคอ พอคล้องตะกรุดที่อาตมาแจกไปนั้น เวลาหมามากัด  มันก็กัดไม่เข้า อาตมาถึงได้รู้ว่า วัตถุมงคลอันนี้มันแก้ ทำแล้วเกิดวิชาอาคมดีขึ้น มันก็อาจจะช่วยชีวิตเขาได้ ป้องกันภัยได้ พอหมากัดไม่เข้าเท่านั้นแหละคนจึงได้รู้กัน พอมาถามเด็ก เด็กบอกว่าหลวงตาทำให้  ชาวบ้านจึงถามว่าหลวงตาอะไร เด็กก็ตอบว่า หลวงตาเกาะ ชาวบ้านเขาก็เลยเรียกชื่อนี้ติดมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างโยมที่มาวัดท่าสมอนี้  จะมาหาถามว่าหลวงพ่ออยู่ไหมหรือพระครูวิสิฐฯอยู่ไหม คนเขาจะไม่ค่อยรู้กัน แต่ถ้าบอกว่าหลวงตาอยู่ไหม นั่นละถึงจะรู้ มาหาอาตมาต้องถามเขาว่ามาหาหลวงตานะ

วิชาคงกระพันมงกุฎเพชรมหาทะมึน

วิชานี้อาตมามีโอกาสได้ศึกษามาจากหลวงพ่อกวย  วิชานี้ถือได้ว่าสุดยอดที่สุด  เพราะอานุภาพจะครอบคลุมหมดทุกด้าน อยู่ยงคงกระพัน ป้องกันภัย  ป้องกันฟ้า  ป้องกันไฟ  ป้องกันได้รอบตัว มงกุฎเป็นของสูง ใครเห็นมงกุฎ ใครก็กลัวเกรง  มีอำนาจวาสนา หลวงพ่อกวยท่านไม่ได้สอนอะไรมาก  โดยท่านจะให้ท่องแค่คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า  พอท่องได้ท่านก็บอกว่า “ เออ พอกินเหลือใช้แล้วลูก”  ท่านให้วิชานี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 ตั้งแต่ท่านให้อาตมาก็ไม่ได้ใช้อะไรเลย  แต่ก็ท่องไปเรื่อย  ท่องให้มันติดใจอยู่อย่างนั้นแหละ ไม่รู้ว่ามีความหมายอะไรยังไงบ้าง จนมาศึกษาจากหลายๆอาจารย์  จากคนเก่าคนแก่คนเฒ่า  ท่านก็บอกว่าก่อนที่จะทำอะไรก็ต้องตั้งสติ อย่าประมาท  อย่าขาดสติ ทำสมาธิละกิเลสโลภ โกรธ หลง สำคัญที่สุด ตัวตัณหา ความทะยาน  ถ้าเราทำผิดมันจะไม่เกิดประโยชน์ ทำประโยชน์เพื่ออะไร ทำมาแล้วมันได้ประโยชน์เอามาทำอะไรบ้าง ทำเพื่อประชาชนหรือเปล่า หรือทำเพื่อตนเอง  ถ้าทำเพื่อตนเองให้มันดีแค่ไหนเดี๋ยวมันก็ดับ  เราทำดี  หรือเราจะดับตัวเรา เราก็คิดเอา  อาตมาศึกษาหลายอย่างศึกษามาเรื่อย ที่โน่นที่นี่ใครให้อะไรดีก็เอา  ของนั้นถ้าใครให้อะไรดีเราต้องเอาไว้ก่อน  ไม่เอาเขาจะว่าเราจองหองอีก  ต่อไปใครจะมาให้อะไรเรา  เขาให้วิชาอาคมมาตัวหนึ่ง ภาวนาอย่างนี้ไว้นะ ภาวนาจนขึ้นใจ  แล้วจะดีเอง  ตัวเราอาจไม่รู้ว่ามันดี แต่พอประสบอะไรขึ้นมาก็จะรู้เองว่า อ๋อ มันดีจริงๆ
วิชามหายันต์มหากำบัง
วิชานี้เป็นของหลวงพ่อเชื้อ เป็นวิชาที่เสกแล้วสามารถกำบังไม่ให้คนอื่นมองเห็นได้ แต่โดยส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยนำมาใช้กัน  เพราะท่านบอกว่ามันเป็นเดรัจฉานวิชชา  ทำแล้วจะไปอวดศักดากับคนอื่น อย่างพวกวิชาบังกายอะไรต่างๆ เขาจะทำก็ต่อเมื่อในยามคับขัน  เข้ารบสงคราม  รบทัพจับศึก หรือหนีเขามาเข้าที่อับจนไปไม่รอด เหมือนกึ่งเดรัจฉานวิชชา บิดไส้ บังฟัน  ทำอะไรต่างๆ  เหมือนพวกสายดำ ถ้าน้ำตาไม่กระเด็นเขาจะไม่ทำกัน  แต่ถ้าทำทุจริตถึงยังไงคนเขาก็ต้องเห็น  อย่างกำบังกาย  กำบังอะไรแล้วไปเป็นโจรผลสุดท้ายมันก็ตาย  หนีไม่พ้น  วงเวียนชีวิตหนีไม่พ้นกรรม
นอกจากวิชาต่างๆ เหล่านี้แล้ว อาตมาก็ยังคงศึกษาวิชาหาความรู้ไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ยังศึกษาอยู่ไม่สิ้นสุด  อยากรู้สิ่งใดก็ศึกษา  วิชาดูดวงศึกษามานานแล้ว  แต่เดี๋ยวนี้ไม่เอาเลย เลิก เพราะดูแล้วทำให้คนทะเลาะกัน  ดูแล้วดูอีก ขัดคอกัน  มันสร้างให้คนทะเลาะกัน  ก็เลยบอกดูแกดีกว่า  ไม่ดูดวงแล้ว  ดูแล้วก็อยากดูอีก  สร้างปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด

การออกธุดงค์เดินทาง

อาตมาไม่เคยไปออกธุดงค์  ตั้งแต่เป็นเจ้าอาวาสมาก็จำพรรษที่วัดนี้ตลอด  เคยมีบ้างที่เดินทางไปจำพรรษาที่อยุธยาหนึ่งพรรษา เมื่อปี พ.ศ. 2518 ไปช่วยสร้างโบสถ์ที่วัดตลาด  แถวบางปะหัน  เพราะท่านเจ้าอาวาสวัดบางปะหันเคยมีบุญคุณต่อวัดที่อาตมาอยู่ปัจจุบันนี้  ก็ไปช่วยกัน  ชวยมาหลายที่แต่ไม่เคยอยู่จำพรรษา  ไม่ว่าจะเป็นที่ สุโขทัย พิจิตร สระบุรี  เขตอำเภอสรรคบุรีก็หลายวัด  ได้ช่วยมาเยอะ เพราะอาตมาเป็นช่าง เมื่อก่อนปี พ.ศ. 2525 ยังขอแรงกันทำได้  พอหลังจากนั้นก็ขอกันยาก  ต้องจ้างอย่างเดียว  ชาวนายังจ้างกัน เมื่อก่อนขอแรงกันได้  เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว หายาก  ของใครของมัน  เดี๋ยวนี้เจ้าของนาตีนไม่เปียกน้ำ เพราะอาศัยจ้างหมด  แล้วคนเดี๋ยวนี้แข่งกันจนไม่ใช่แข่งกันรวย  สังเกตดูสิ บ้านมีรถกี่คัน  มีลูกกี่คน 3 คนก็ 3 คัน พ่อแม่อีกเป็น 5 คัน แล้วซื้อเดี๋ยวนี้ไม่ใช้ซื้อเงินสดนะ ซื้อเงินดาวน์เงินผ่อนทั้งนั้น แล้วเขาจะเอาตรงไหนมารวย  ในกรุงเทพฯ เป็นหนี้เท่าไหร่ หาเช้ากินค่ำทั้งนั้น บ้านนอกก็เหมือนกัน วิถีชีวิตของคนเรา เกิดมาได้เห็นอะไร ดีนะที่อาตมาเท่านี้ยังเห็นอะไรได้เยอะ เข้ายุคอะไร  ตายาว  ตัวอยู่ไกลเสียงอยู่ใกล้  ใจคิดถึง  เมื่อกี้อยู่ที่ไหนที่โทร.เข้ามาถึง อาตมา เสียงอยู่ที่หู ตัวอยู่ที่ไหนไม่เห็นตัว นี่มันเป็นหลักการ





วัตถุมงคล

ปัจจุบันได้สร้างพระเครื่อง  สร้างเหรียญ  พระเนื้อผง  เนื้อดินผงเมืองสรรค์  พิมพ์ย้อนยุค  ตะกรุดไอ้ดังคงไม่ดัง แต่ดีนั้นดีทุกรุ่น  ของอาตมาไม่ดังแต่ดีทุกรุ่น มันมีหลัก  ไม่ดัง  ดี  ไม่ถูก ถ้าถูกมันก็บาทสองบาท แต่นี่มันตั้งร้อยสองร้อย  จะถูกยังไงล่ะ จุดเริ่มต้นของการสร้างเสือท่าสมอ เพราะมีปลอกลูกปืน M16 ปลอกลูกปืนอาก้า  เนื่องจากมีศิษย์เป็นทหารบกนำปลอกกระสุนปืนมาถวาย  บอกว่าส่วนหนึ่งเป็นปลอกกระสุนซ้อมยิง  อาตมาจึงได้นำปลอกลูกปืนที่ลองยิง มาหลอมสร้างเสือ มีสมอเรืออยู่กลางหลังสมกับเป็นเสือวัดท่าสมอ หล่อด้วยลูกปืนล้วนๆ การปลุกเสกก็ทำเป็นพิเศษ  คือปลุกเสกในวิหารมหาอุดของวัดท่าสมอ  ปลุกเสกด้านมหาอำนาจ  มหาตบะเดชะ  กันและแก้คุณไสย  กันปืน  กันอาวุธ  กันภัย ป้องกันทรัพย์สินเงินทอง  ป้องกันบ้านเรือน  ร้านค้า บริษัท  เป็นใหญ่เหนือคน  ชนะคน  คำพูดเหมือนคำสั่ง มีอำนาจเหนือคนทั้งหลาย  เจ้านายรัก  ลูกน้องเกรงใจ  ปกครองคนดีมาก
ส่วนที่ก้นเสือนั้นท่านให้ใส่ผงที่ลบถมด้วยเสน่ห์เป็นการเพิ่มฤทธิ์ให้เสือหล่อของท่านอีกส่วนหนึ่งด้วย คือนอกจากเสือจะมีตบะ  อำนาจ  สง่างามและเป็นเสือเหนือสัตว์อื่นแล้ว เสือยังมีพลังด้านเมตตามหาเสน่ห์อย่างสูงอีกด้วย เสือตัวผู้สามารถมีนางเสือไว้ในครอบครองได้หลายตัว ดังนั้นนอกจากเสือรุ่นแรกของวัดท่าสมอจะดีด้านอำนาจแล้ว ด้านเมตตามหาเสน่ห์  ก็ไม่เป็นสองรองใครด้วย  เสือท่าสมอ  หล่อด้วยลูกปืน อุดผงมหาเสน่ห์
เรื่องที่เป็นประสบการณ์นั้นก็มีชาวบ้านเขามาบอกต่อๆกันว่า เสือท่าสมอของอาตมานั้นช่วยชีวิตตำรวจนายหนึ่งไว้ได้ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อไม่นานมานี้  ได้เกิดเหตุปล้นร้านทองรูปพรรณ ที่ตั้งอยู่ในตลาด อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ในเวลากลางวันแสกๆ คนร้ายมาด้วยกัน 2 คน ปล้นทองอย่างอุกอาจมาก  โดยคนหนึ่งมีหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซด์รอรับอยู่ด้านนอกอีกคนหนึ่งควงปืนแบบออโตเมติกเข้าไปทำการปล้น  เมื่อปล้นทองแล้วก็รีบวิ่งมาจะขึ้นรถมอเตอร์ไซด์ที่เพื่อนขี่รออยู่  ขณะนั้นได้มีนายสิบตำรวจคนหนึ่งประสบเหตุพอดีจึงได้วิ่งตามคนร้ายไป  เจ้าคนร้ายเห็นดังนั้น จึงหันมาส่องด้วยปืนพกทันที 3 นัด สองนัดแรกดังแชะ พอนัดที่สามดังปัง ลูกปืนวิ่งออกมาจากกระบอกตามปกติพุ่งตรงมาที่หน้าอกนายสิบผู้นั้นอย่างเต็มที่  แต่ลูกปืนกลับบุบบี้  ตกลงตรงหน้าขา  ไม่สามารถทะลุทะลวงเข้าเนื้อหนังนายสิบหนังเหนียวได้ เป็นจังหวะที่คนร้ายขี่รถหลบหนีไปได้พอดี  แต่ในที่สุดก็มีการสกัดจับคนร้ายได้ ส่วนนายสิบท่านนั้นมีเสือวัดท่าสมอ  ติดตัวอยู่ชิ้นเดียวเลย จึงรอดตายราวปาฏิหาริย์ เรื่องนี้เป็นที่โจษจันกันทั้งตลาดอินทร์บุรี  จนมรคนดั้นด้นมากราบหลวงพ่อที่วัดพร้อมกับเล่าเรื่องให้ฟัง และขอบูชาเสือหล่อวัดท่าสมอไปหลายตัว  ส่วนพระเนื้อผงต่างๆ ก็สร้างด้วยการผสมว่านทั้งหลายลงไป ส่วนใหญ่สร้างและทำกันเองที่วัด แต่เนื้อดินอาตมาต้องจ้างเขาทำเพราะไม่ถนัด มวลสารต่างๆนั้นก็ต้องไปเอาดินย่านวัดกรุเก่า เรียกว่าดินกรุเก่า แต่อาตมานำมาทำขึ้นใหม่ตามแบบย้อนยุค  แต่ถ้าพูดถึงดินมันก็เก่าอยู่แล้ว มันเกิดมาก่อนเรา ก็ทำเป็นพระย้อนยุคขึ้นมาใหม่  เพื่อรำลึกถึงคนเมืองสรรค์ว่าได้สร้างคุณงามความดีไว้
เหรียญนารายณ์ไตรมาสเป็นเหรียญรุ่นแรกที่อาตมาสร้างอย่างตั้งใจ ด้วยการนำตะกรุดของครูบาอาจารย์เก่าที่รวบรวมมาทั้งชีวิต  คือตะกรุดหลวงพ่อเชื้อ  หลวงพ่อกวย  หลวงพ่อเชน  หลวงพ่อโก๊ะ  หลวงปู่โต๊ะ  หลวงพ่อโม  และหลวงปู่ศุข กับเหรียญคณาจารย์เก่ากว่า 300  เหรียญจากทั่วประเทศและแผ่นยันต์ 108  ที่อาตมาเขียนและเสกทิ้งไว้ปลุกเสกเอาฤกษ์ 5 เสาร์ 9 อังคารก่อนนำมารีดเป็นเหรียญนารายณ์ไตรมาส
ส่วนเหรียญหน้าเสือกันภัย คนจากภาคใต้นิยมกันเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากมีเด็กวัยรุ่นชาวพุทธห้อยเหรียญหน้าเสือ  เนื้ออัลปาก้า  แล้วโดนลอบทำร้าย  แต่กระสุนปืนไม่สามารถยิงทะลุกระบอกปืนออกมาได้ คนทางนั้นเขาเล่าว่าขนาดนักวิทยุท้องถิ่นที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของอาตมาเลย ยังออกอากาศให้พี่น้องไทยพุทธไปหามาพกติดตัวกันไว้บ้าง  เพื่อป้องกันภัยจากพวกก่อความไม่สงบที่คอยกวนประเทศชาติอยู่ในขณะนี้  นี่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าของชาวบ้านที่บอกต่อๆกันมาเท่านั้น  จะจริงหรือเท็จประการใดคงต้องไปสอบถามกันเอาเอง
ส่วนของดีอีกอย่างหนึ่งที่คนมักจะหากันมากก็คือ ตะกรุดที่อาตมาปลุกเสก  เกิดจากมีลูกศิษย์วัดท่าสมอหลายคนเป็นพ่อค้า แม่ขาย  มาขอของดีจากอาตมา จึงสร้างตะกรุดขายของดีขึ้นมาช่วยศิษย์ที่มีอาชีพค้าขายโดยเฉพาะ  โดยเขียนยันต์เมตตา  มหาเศรษฐี  ซึ่งมีคุณช่วยเรียกลูกค้า  เรียกเงิน เรียกทอง  ทำให้มีกำไร  มีเงินเหลือเก็บเหลือกินมีเงินเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ลงบนแผ่นรางน้ำฝนมาทำตะกรุดขายของดี เพราะถือเคล็ดว่า รางน้ำฝน  อยู่สูงเสมอหลังคาบ้าน  ซึ่งเป็นส่วนสูงของบ้าน  และรองรับความชุ่มเย็นของน้ำฝนที่ตกลงมาทั่งทั้งหลังคาบ้านแต่สุดท้ายต้องมารวมกันไหลผ่านรางน้ำฝนเพียงที่เดียว  นั่นก็เหมือนกับการค้าขาย ต้องขายได้มากๆ และมีกำไรสูง  คือเปรียบสายฝนที่ตกลงมากระทบหลังคาอย่างหนักเป็นปริมาณลูกค้าจำนวนเงินที่มีมากมายไม่ขาดสาย  ไม่อาจนับได้  ซึ่งไหลจากหลังคามารวมกันสู่รางน้ำฝน  รางน้ำฝนเป็นจุดศูนย์กลางของน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายฉันนั้น  ขณะจารยันต์เสร็จแต่ละตัว  ก็ตั้งธาตุ  หนุนธาตุทันที  เมื่อเขียนยันต์เสร็จก็กรึงยันต์ให้ติดแน่น มวยด้วยหัวใจสีวลี  ยันต์เมตตามหาเศรษฐีนี้  ตามแบบฉบับหลวงพ่อเชื้อวัดใหม่บำเพ็ญบุญ
ข้อเตือนสติสำหรับญาติโยม
วัตถุมงคลทุกอย่างสำหรับผู้ที่บูชาไป  อาตมาได้ให้ธรรมะน้อยๆ ไม่มาก  ให้แง่คิดสะกิดใจ  อย่าประมาท อย่าขาดสติ  คิดดี  พูดดี  ทำดี  ปฏิบัติดี  อะไรก็ดีไปหมด  ถ้าพูดชั่ว  ทำชั่ว  ปฏิบัติชั่ว  อะไรก็ชั่วหมด  ถ้าคนเราไม่ประมาทและไม่ขาดสติเราจะไปทำชั่วเหรอเท่านั้นเอง ทุกคนที่มาหาอาตมาก็ให้ เขาถามหลวงพ่อเขาห้ามอะไรบ้างวัตถุมงคลต่างๆ เขาให้แกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้แกทำดี  ถ้าแกทำดีไม่ทำชั่วก็ดีหมด  ทองคำอยู่ที่ไหนก็เป็นทองคำเสมอ  ถ้าเราไม่ทำชั่ว  ถ้าเราทำชั่วทองคำจะอยู่กับเราเหรอ ก็ลองคิดดู  ถ้าทองคำอยู่กับเราก็แปลว่าเราทำดีอยู่เรื่อย  ถ้าเราทำดีก็เหมือนมีทองคำไว้ในใจเรา  ถ้าเราทำชั่วก็เหมือนมีอุจระเหม็นๆ อยู่ในใจเรา มันก็เหม็นอยู่เรื่อย ใครอยากมาคุยไหม



วัตถุประสงค์การสร้างวัตถุมงคล

วัตถุมงคลนี้ก็สร้างขึ้นตามศรัทธาญาติโยมที่เขาจะบูชาได้  ไม่ได้หวังประโยชน์อย่างเดียว  สร้างเพื่อจัดหาทุนทรัพย์สร้างวัด  ทำวัดให้เป็นสถานที่ร่มรื่นเผื่อญาติโยมเข้าวัดมาปฏิบัติธรรม หรือมานั่งดูอะไรต่ออะไรก็ชื่นอกชื่นใจ  ถ้าวัดไหนร่มรื่นเขาก็อยากเข้ามา  ถ้าวัดไหนไม่ร่มรื่นเขาก็ไม่อยากเข้า  เมื่อก่อนไม่ค่อยมีทุน  ต้องมีผ้าป่า  กฐินจึงพอที่จะมีทุนบ้าง  อาตมาจึงคิดวิธีทำอย่างไรให้คนเข้าวัด  อยู่มาจนได้เป็นพระอุปฌาย์จึงได้รู้หลักว่าจะหาคนเข้าวัดยังไง  ปัญหาอะไรต่างๆก็เริ่มดีขึ้นๆ ได้เงินมาก็เอามาสร้างวัด  ย้ายวัดมาสร้างวัดใหม่ก็ไม่มีเงินมากมายอย่างใครเขา  วัดนี้คนจะมาทำบุญเป็นหมื่นเป็นพันก็น้อย  เพราะคนทำบุญมันน้อย  ชาวบ้านแถวนี้ก็ไม่ใช่ร่ำรวยกันทุกคน คนจนนั้นยังต้องหาเช้ากินค่ำ อาตมาคิดมาตลอดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำวัดให้เป็นสถานที่ร่มรื่น  ทำอย่างไรที่จะสร้างศรัทธาโยมเกิดได้  ตั้งแต่เริ่มเป็นเจ้าอาวาสปี พ.ศ.2521 มาก็เริ่มคิดล้มลุกคลุกคลานมาตลอด  จนเมื่อปีพ.ศ.2547 เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น เพราะมีหนังสือพระเครื่องนำเรื่องของอาตมาไปลง ทำพิธีเสกของให้เขา  เขามาถ่ายรูปแล้วนำไปลงหนังสือ  ต่อมาพอได้ริเริ่มสร้างวัตถุ คนที่ได้รู้ข่าวก็พากันมาเช่าอยู่เรื่อยๆมากันทั่วประเทศ ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอันใด หรือจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดนี้ก็ไม่รู้ที่ไปช่วยดลจิตดลใจให้คนมาร่วมกุศลสร้างให้วัดเป็นสถานที่อบรมธรรมะ



หลักธรรมะที่ยึดถือ

อาตมาจะยึดถือการคิดดี  พูดดี  ทำดี  ปฏิบัติดี  อย่าประมาท  อย่าขาดสติ  เป็นหลักประจำของอาตมาและอีกอย่างทำตัวง่ายๆ  อยู่ง่ายๆ เลี้ยงง่ายๆ แต่อย่าทำมักง่าย เท่านี้เอง  ความเป็นอยู่อย่างง่ายๆแต่ไม่ทำมักง่าย  นั่งคุยกับใครยังไงก็ได้  ถ้าคนมักง่ายทำแล้วทิ้งเอาตัวรอดไปวันๆ  เรี่ยไรอย่างเดียว  จะเอาเงินอย่างเดียว ทำให้คนเสื่อมศรัทธา  คนทำดีเขาไม่เสื่อมศรัทธา  ศรัทธาของโยมสำคัญที่สุด  ทำยังไงให้คนเขาศรัทธาได้ ต้องมองข้อนี้ด้วย  สร้างศรัทธาให้เกิดมันก็ดี  ทำตัวให้เป็นคนง่ายๆ แต่อย่าทำมักง่าย  อาตมาจะนึกข้อนี้อยู่เสมอ  ทำอะไรก็อย่าทำมักง่าย ถ้ทำมักง่ายแล้วใจเราเป็นอกุศล คิดแต่เรื่องชั่ว เอาแต่ได้อย่างเดียว

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด

แต่ละวัดนั้นก็ต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดและที่วัดแห่งนี้ก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนเขานับถือศรัทธาอย่างมากนั่นก็คือ  หลวงพ่อพระพุทธฉาย  หลวงพ่อพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารของวัดท่าสมอนี้แหละ ถ้าญาติโยมท่านไหนอยากรู้ว่าศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหนก็ลองมาสัมผัสดูเอานะ
ของดีรุ่นล่าสุด

พระกริ่งสมปรารถนา  ที่เพิ่งออกมานี้  โยมที่เขาสร้างนั้นปรารถนาจะสร้างวัดนี้ให้เจริญรุ่งเรืองเขาก็สมปรารถนา  และเป็นรุ่นที่สร้างเป็นที่ระลึกที่จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ  สร้างศาลาอเนกประสงค์  จะได้สำเร็จสมความมุ่งมาดปรารถนา  มวลสารในพระกริ่งรุ่นนี้ก็มีเหล็กน้ำพี้เป็นก้อนกริ่งแล้วก็เนื้อนวะโลหะมาผสม  เช่นมีปลอกลูกปืน  ทองเหลืองทองแดงที่เป็นชนวนหล่อพระ ทำทั้งหมดประมาณสามพันกว่าองค์ เป็นเนื้อทองคำ 5 องค์  เนื้อเงิน 70 องค์  เนื้อนวะก้นทองคำ 100 องค์  นวะก้นเงิน 500 องค์  จัดทำเพื่อหาทุนไว้สร้างศาลาอเนกประสงค์ มีไว้ให้บูชาที่วัดที่เดียว  ไม่มีสาขาจะได้มาดูวัดด้วย  จะได้เห็นสิ่งก่อสร้างภายในวัดว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาเอามาทำอะไรบ้าง  ที่วัดไม่มีการเรี่ยไรได้เงินจากวัตถุมงคลนี้มาสร้างวัดไม่บอกบุญ  หากใครเดินทางมาแล้วจะทำหรือไม่ทำก็ไม่ว่า  จะบูชาหรือไม่บูชาก็ไม่ว่า



ตำแหน่งความรับผิดชอบ

ปัจจุบันนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี  เจ้าคณะตำบล 13 ปี แล้วก็มาเป็นรองเจ้าคณะอำเภอ 4 ปี รวมระยะเวลาที่บวชมา 40 พรรษา และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมา 33 พรรษา ย่าง 34 พรรษา ตอนนี้อายุ 69 ปีแล้ว หน้าที่ความรับผิดชอบก็คือการพัฒนาวัดนี้เรื่อยมาเลี่ยงจากสมภารก็ไม่พ้นสมภาร และตอนนี้ทางวัดท่าสมอกำลังก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม  สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ  งบประมาณ 5 ล้านบาท ตอนนี้สะพานใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว  ส่วนศาลาปฏิบัติธรรมใช้งบประมาณก่อสร้าง 4 ล้านเศษ  ทำการก่อสร้างไปเรื่อยๆ เท่าที่จะทำได้  และในระยะเวลาอันใกล้นี้มีความคิดที่จะสร้างศาลาอเนกประสงค์ขึ้นอีก 1 หลัง  โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด 5 ล้านบาท



คาถาใช้วัตถุมงคลของหลวงพ่อเกาะ  วัดท่าสมอ

ตั้งนะโม  3 จบ

อาราธะนัง  พุทธังคงหนัง

ธัมมังคงเนื้อ  ส้งฆังคงกระดูก

อิติปิโส  ภะคะวา  นะเมตตา

อะหังพุทโธ  ราชสีโห

มะโมพุทธายะ  เอหิตาตะ

มามีมามะ  อาคัจฉายะ

อาคัจฉาหิ  นะชาลีติ  เอหิจงมา

มะหาลาภา  ภะวันตุเม

อยากได้อะไรให้ตั้งจิตอธิษฐานขอ  (ใช้ได้ครอบจักรวาล)




อีเมล์ :   รหัสผ่าน :      ลืมรหัสผ่าน   สมัครสมาชิก
 
   ปลาร้า   รปภ   เมืองไทยประกันชีวิต   ขายปุ๋ย   รถเครน  
เว็บสำเร็จรูป